
Negroni (เนโกรนี)
Negroni คือแก้วที่หัวหน้าบาร์โรงแรมใช้ทดสอบ บาร์เทนเดอร์ ใหม่ เพราะสูตรง่ายที่สุดแต่พลาดนิดเดียวก็เห็นชัดที่สุด มีส่วนผสม 3 อย่างในสัดส่วนเท่ากัน ไม่มีน้ำผลไม้ น้ำเชื่อม หรือฟองมาช่วยกลบ ทุกอย่างที่ผิดจะเห็นในแก้วทันที ทั้งน้ำแข็งที่ละลายเร็วเกิน การ stir ที่น้อยไปจนแก้วไม่เย็น หรือผิวส้มที่บีบไม่เป็น ผลลัพธ์เมื่อทำถูกคือแก้วสีทับทิมใส ขมนำแบบสมุนไพร หวานตามจาก vermouth และจบยาวด้วยน้ำมันจากผิวส้ม เป็นค็อกเทลก่อนอาหารที่ขายดีที่สุดแก้วหนึ่งของบาร์โรงแรมทั่วโลกมาตลอดร้อยปี
สเปกส่วนผสม
| ส่วนผสม | ปริมาณ | หน้าที่ในแก้ว |
|---|---|---|
| gin สไตล์ London dry | 30 มล. | เหล้าหลักของแก้ว เป็นตัวให้ความแรงและกำหนดรสชาติ ความคมจาก juniper และความแห้งที่ตัดความหวาน |
| Italian red bitter (bitter rosso) | 30 มล. | ให้ความขมแบบสมุนไพรและเปลือกส้ม สีทับทิม เป็นส่วนผสมที่กำหนดรสประจำตัวของ Negroni |
| sweet vermouth สีแดง | 30 มล. | ให้ความหวาน body และเครื่องเทศ ทำให้ความขมของ bitter กับความแรงของ gin กลืนกัน เปิดขวดแล้วต้องเก็บในตู้เย็นเสมอ |
| น้ำแข็ง | ก้อนใหญ่ 1 ก้อน หรือก้อน 5 ซม. เต็มแก้ว | ทำความเย็นและเจือจาง ก้อนใหญ่ละลายช้า รสจะคงที่ได้นานกว่า 20 นาที |
| ผิวส้ม | 1 ชิ้น กว้าง 2 ซม. ยาว 5 ซม. | น้ำมันหอมบนผิวเครื่องดื่มคือกลิ่นแรกที่แขกได้ก่อนจิบ ส้มเข้ากับ bitter ที่มีเปลือกส้มเป็นส่วนผสม |
เทคนิคการชง
- แช่แก้ว rocks ในตู้แช่ หรือใส่น้ำแข็งพักไว้ 1 นาทีก่อนเริ่มแก้วเย็นทำให้เครื่องดื่มไม่อุ่นขึ้นตอนเท และน้ำแข็งละลายช้าลง
- ใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่ลงแก้ว เทน้ำที่ละลายทิ้งให้หมดน้ำที่ละลายค้างอยู่จะทำให้แก้วจืดโดยคุมปริมาณไม่ได้ ต้องเริ่มจากน้ำแข็งที่สะเด็ดน้ำแล้ว
- ตวง gin bitter และ vermouth อย่างละ 30 มล. ด้วย jigger เทลงแก้วเสิร์ฟโดยตรง (build in glass)สูตร IBA คือ build ในแก้วเสิร์ฟ ไม่ต้องใช้ mixing glass สัดส่วนเท่ากันคือหัวใจของสูตรนี้ ต้องตวงทุกครั้ง
- stir ด้วย bar spoon ให้ช้อนแนบขอบแก้ว 20 ถึง 30 รอบ ราว 15 ถึง 20 วินาทีการ stir ทำ 2 อย่างพร้อมกันคือลดอุณหภูมิลงถึงราว -2 ถึง 0 องศา และเจือจางราว 20% ให้รสนุ่มพอดี ค็อกเทลที่มีแต่แอลกอฮอล์ต้อง stir ห้าม shake เพราะการ shake จะทำให้ขุ่นและมีฟองอากาศ
- บีบผิวส้มด้านมันหันเข้าแก้ว ห่างจากผิวเครื่องดื่มราว 5 ซม. ให้เห็นละอองน้ำมันตกลงบนผิว แล้วลูบขอบแก้วก่อนวางลงไปน้ำมันจากผิวส้มคือกลิ่นแรกที่แขกได้ก่อนจะจิบเจอรสขม เป็นขั้นตอนที่แขกมองเห็นและจำได้
การเสิร์ฟ
ที่มา
Negroni เกิดที่ Florence ราวปี 1919 ที่ Caffè Casoni เมื่อ Count Camillo Negroni ขอให้ บาร์เทนเดอร์ Fosco Scarselli ทำ Americano แก้วประจำให้แรงขึ้น โดยเปลี่ยนโซดาเป็น gin Scarselli เปลี่ยนการตกแต่งจากมะนาวเป็นส้มเพื่อให้เห็นชัดว่าแก้วนี้ต่างจาก Americano ก่อนหน้านั้นราวปี 1860 ที่ Milan red bitter ที่เป็นหัวใจของแก้วนี้เริ่มผลิตขึ้น และการจับคู่กับ sweet vermouth กลายเป็น Milano Torino ซึ่งพัฒนาเป็น Americano เมื่อเติมโซดา Negroni จึงเป็นสูตรล่าสุดของค็อกเทลอิตาลีตระกูลนี้ International Bartenders Association (IBA) รับรองเป็นค็อกเทลทางการตั้งแต่ปี 1961 และในบัญชีปัจจุบันจัดไว้ในหมวดก่อนอาหาร (The Unforgettables) ปี 1972 ที่ Bar Basso เมือง Milan บาร์เทนเดอร์ Mirko Stocchetto หยิบขวด sparkling wine แทน gin โดยไม่ตั้งใจ จนเกิด Negroni Sbagliato ที่แปลว่า Negroni ผิดสูตร และตั้งแต่ปี 2013 มีเทศกาล Negroni Week ในบาร์ทั่วโลกทุกเดือนกันยายน
รสชาติและบอดี้
จิบแรกจะเจอความขมสมุนไพรกับเปลือกส้มจาก bitter ตามด้วยความหวานนุ่มและเครื่องเทศจาก vermouth ส่วน gin ไม่ได้ออกมาเป็นรสชัด แต่ให้ความคมและความแห้งที่ทำให้แก้วไม่เลี่ยน body กลางถึงหนัก finish ยาวและอุ่นราว 30 วินาที กลิ่นส้มลอยอยู่ตลอด สีต้องเป็นทับทิมใสมองทะลุได้ ถ้าขุ่นแปลว่า shake มาหรือใช้น้ำแข็งไม่สะอาด
เข้ากับอาหาร
- ชีสแข็งรสเค็ม เช่น Parmesan หรือ Pecorino
- Prosciutto, salami และแฮมรมควัน
- มะกอกดองและ artichoke ดองน้ำมัน
- มันฝรั่งทอดกรอบ ถั่วอบเกลือ และของทอดเค็ม ๆ
- Bruschetta มะเขือเทศ
- สเต็กหรือเนื้อย่างไฟแรง ความขมตัดความมันได้ดี
สูตรดัดแปลงที่บาร์โรงแรมนิยม
- Negroni Sbagliato · เปลี่ยน gin เป็น sparkling wine แบบ dry 60 มล. เกิดที่ Bar Basso เมือง Milan ปี 1972 เบากว่า ซ่า และแอลกอฮอล์ต่ำกว่าครึ่ง เหมาะกับแขกที่บอกว่า Negroni ขมหรือแรงเกิน
- Boulevardier · เปลี่ยน gin เป็น bourbon 45 มล. ปรากฏในหนังสือค็อกเทลที่ Paris ปี 1927 อุ่นและหวานกว่า เหมาะกับหน้าหนาวหรือหลังอาหาร IBA รับรองปี 2020
- White Negroni · ใช้ white bitter แบบฝรั่งเศสกับ white vermouth แทน ได้แก้วสีทองอ่อน ขมแบบดอกไม้และเปลือกส้มขาว นิยมในบาร์โรงแรมสมัยใหม่
- Mezcal Negroni · เปลี่ยน gin เป็น mezcal 30 มล. ได้กลิ่นควันไฟและความหอมของ agave เป็นสูตรที่บาร์โรงแรมใช้ดึงแขกที่เบื่อสูตรเดิม
- Americano · ต้นตำรับของ Negroni ใช้ bitter กับ sweet vermouth อย่างละ 30 มล. เติมโซดาในแก้ว highball เบา ซ่า ดื่มได้ทั้งบ่าย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้น้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งเกล็ด แก้วจืดภายใน 5 นาที และดูไม่ได้มาตรฐานบาร์โรงแรม
- shake แทน stir ทำให้ขุ่น มีฟอง และเจือจางเกิน ค็อกเทลที่มีแต่แอลกอฮอล์ต้อง stir เสมอ
- ใช้ vermouth ที่เปิดขวดทิ้งไว้บน back bar เป็นเดือน vermouth คือไวน์ เปิดแล้วต้องแช่เย็นและใช้ให้หมดใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่งั้นรสจะเปรี้ยวและแบน
- กะปริมาณด้วยตาไม่ตวง สัดส่วน 1:1:1 คลาดนิดเดียวแก้วจะหวานเกินหรือขมเกินทันที
- วางผิวส้มลงไปเฉย ๆ โดยไม่บีบน้ำมัน แขกจะไม่ได้กลิ่นส้ม ซึ่งสำคัญไม่แพ้รสชาติ
บันทึกจากบาร์เทนเดอร์
ที่บาร์โรงแรม Negroni คือแก้วที่ใช้เปิดบทสนทนากับแขกได้ดีที่สุด ถามก่อนเสิร์ฟว่าเคยดื่มไหม ถ้ายังไม่เคยให้บอกล่วงหน้าว่าขมนำ แล้วเสนอ Sbagliato เป็นทางเลือก แขกจะรู้สึกว่าได้รับการดูแล ไม่ใช่ถูกยัดเยียด ส่วนงานอีเวนต์ 200 คนขึ้นไป บาร์โรงแรมใหญ่ใช้วิธีทำ batch ล่วงหน้า คือผสมส่วนผสมทั้ง 3 ในสัดส่วนเท่ากัน เติมน้ำเปล่า 15% ของปริมาตรรวมแทนการเจือจางจากการ stir แล้วเก็บทั้งขวดในช่องแช่แข็ง แอลกอฮอล์สูงจึงไม่แข็งตัว ถึงเวลาเทเสิร์ฟบนน้ำแข็งก้อนใหญ่ได้ทันทีโดยรสไม่ตก
ให้บาร์เทนเดอร์ AI เลือกแก้วที่ใช่ให้คุณ
ถ่ายรูปเดียว AI อ่านอารมณ์แล้วเลือกจากค็อกเทลคลาสสิกทั้ง 20 แก้ว
คำถามที่พบบ่อย
สูตร Negroni ทางการของ IBA คืออะไร
gin 30 มล. Italian red bitter 30 มล. sweet vermouth 30 มล. เทลงแก้ว Old Fashioned ที่มีน้ำแข็งโดยตรง stir เบา ๆ ตกแต่งด้วยส้มฝานครึ่งชิ้น IBA จัดไว้ในหมวดค็อกเทลก่อนอาหาร
Negroni แรงไหม
แรง ส่วนผสมทั้ง 3 เป็นแอลกอฮอล์ทั้งหมด ไม่มีน้ำผลไม้หรือโซดา ความแรงหลัง stir กับน้ำแข็งอยู่ราว 24% ใกล้เคียง Martini บาร์โรงแรมจึงเสิร์ฟพร้อมน้ำเปล่าและแนะนำแก้วเดียวก่อนอาหาร
Negroni กับ Americano ต่างกันอย่างไร
Americano คือ bitter กับ sweet vermouth เติมโซดาในแก้วสูง Negroni เปลี่ยนโซดาเป็น gin และเสิร์ฟในแก้ว rocks จึงแรงกว่า 2 เท่าและไม่มีฟอง Negroni เกิดจากการดัดแปลง Americano ที่ Florence ปี 1919
ทำไมต้อง stir ห้าม shake
ค็อกเทลที่มีแต่แอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำผลไม้ ไข่ขาว หรือครีม ต้อง stir เพื่อให้ใสและเนื้อเนียน การ shake จะตีอากาศเข้าไปทำให้ขุ่น มีฟอง และเจือจางเร็วเกินไปจนรสแบน
Negroni Sbagliato คืออะไร
Negroni ที่เปลี่ยน gin เป็น sparkling wine เกิดจากความผิดพลาดของ บาร์เทนเดอร์ Mirko Stocchetto ที่ Bar Basso เมือง Milan ปี 1972 คำว่า sbagliato แปลว่า ผิด เบากว่า ซ่า และแอลกอฮอล์ต่ำกว่าครึ่ง
ต้องใช้น้ำแข็งแบบไหน
ก้อนใหญ่ใสก้อนเดียวขนาด 5 ซม. ดีที่สุด เพราะละลายช้า แก้วรักษาความเย็นและรสได้เกิน 20 นาที น้ำแข็งก้อนเล็กหรือน้ำแข็งหลอดจะทำให้จืดภายใน 5 นาที
Negroni ดื่มตอนไหน
ก่อนอาหารเย็นคือช่วงที่เหมาะที่สุด ความขมกระตุ้นน้ำย่อยและความอยากอาหาร คนอิตาลีเรียกช่วงนี้ว่า aperitivo ไม่นิยมดื่มหลังของหวาน
ทำ Negroni ล่วงหน้าสำหรับงานอีเวนต์ได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีมาตรฐานของบาร์โรงแรม ผสมส่วนผสม 3 อย่างในสัดส่วนเท่ากันแล้วเติมน้ำเปล่า 15% ของปริมาตรรวมเพื่อชดเชยการเจือจาง เก็บในช่องแช่แข็งซึ่งจะไม่แข็งตัวเพราะแอลกอฮอล์สูง เทเสิร์ฟบนน้ำแข็งก้อนใหญ่ได้ทันที


